news

The Inspiration : เรื่องราวของความฝันที่กลายเป็นจริง

03-11-2014

 

ความฝันของคุณคืออะไร? เป็นศิลปิน? ดารา? วิศวกร? แพทย์? นักบิน? แอร์โฮสเตส?

หรือแม้กระทั่งนักบินอวกาศ??

               ความเป็นไปไม่ได้คือความเป็นไปได้ วลีนี้น่าจะใช้ได้สำหรับทุกความฝัน แม้กระทั่งการเดินทางไปถึงดวงจันทร์ มนุษย์เรายังทำความฝันนั้นให้เป็นจริงมาได้แล้ว แล้วทำไมเราฝันใหญ่ไม่ได้ หนึ่งคนที่อยากจะแนะนำให้รู้จักในวันนี้เป็นหญิงสาวตัวเล็กผิวขาวยิ้มสวยจาก จังหวัดลำปาง เธอเคยเป็นเด็กธรรมดาทั่วไปเหมือนกับทุกคน แต่ในวันนี้สิ่งที่เธอพิเศษกว่าคนอื่น คือเธอสามารถก้าวข้ามผ่านกำแพงอุปสรรคต่างๆนานา และคว้าความฝันของเธอมาครอบครองได้สำเร็จ ว่าที่นักบินอวกาศหญิงคนแรกของประเทศไทยที่กำลังจะได้ขึ้นยานลำยักษ์เพื่อไปมอง โลกทั้งใบจากห้วงอวกาศอันยิ่งใหญ่ ทั้งตื่นเต้น ทั้งระทึกใจ ประสบการณ์สุดอลังการที่เหมือนยากเกินจะไขว่คว้าได้แต่ไม่ใช่สำหรับเธอ

 พิรดา เตชะวิจิตร์

 

 

         

            

           จากเด็กธรรมดาคนหนึ่ง พิรดา หรือ มิ้งค์  เธอถ่อมตัวว่าเธอไม่ใช่คนเก่งมากมายแต่สิ่งที่ทำให้เธอมาถึงความฝันอันยิ่งใหญ่นี้ได้เป็นเพราะเธอมี เป้าหมาย’ ซึ่งแน่นอนเราทุกคนก็สามารถมี เป้าหมาย’ อย่าง เธอได้เช่นเดียวกัน พิรดาเล่าว่าตอนเด็กๆเธอเคยใฝ่ฝันอยากเป็นนักบิน ทั้งๆที่จริงๆแล้ว ผู้หญิงน้อยคนนักที่จะใฝ่ฝันถึงการที่จะขึ้นไปบังคับนกตัวใหญ่บนฟ้านั่น ยิ่งนักบินอวกาศยิ่งเป็นไปได้ยากขึ้นไปอีก แต่ถึงแม้มีโอกาสเพียงแค่ 1 ใน 100 พิรดาก็เลือกที่จะไม่หยุดฝันเพราะไม่มีคำว่าเป็นไปไม่ได้ในพจนานุกรมของเธอ สำหรับเธอขอเพียงโอกาสเท่านั้นเพราะความมุ่งมั่นตั้งใจของเธอนั้นเต็มร้อย

         

            ยี โซ ยอน นักบินอวกาศหญิงคนแรกของเกาหลีใต้ หนึ่งในตัวอย่างที่ตอกย้ำให้พิรดารู้ว่าความฝันของเธอนั้นเป็นจริงได้ เธอบอกกับคนรอบข้างเสมอว่าวันนึงหากโอกาสมาถึงเธอจะสู้สุดใจเพื่อคว้าฝัน นั้นมาครอบครอง และใครจะเชื่อเมื่อ โอกาสนั้นมาถึงเธอกับกิจกรรมที่เฟ้นหาบุคคลที่เหมาะสมที่จะขึ้นไปบนอวกาศจริงๆ  ทั้งๆที่ดูเหมือนจะไกลตัวแต่การเตรียมความพร้อมของพิรดานั้นทำให้ฝันของเธอ เดินเข้าสู่ความเป็นจริงเกือบครึ่งทางแล้ว ด้วยความที่เธอเป็นคนชอบเทคโนโลยีทำให้เธอได้ทำงานที่ GISTDA (สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ) พิรดาศึกษาเรื่องดาวเทียมรวมถึงอวกาศมาพอสมควร ทำให้เธอมีความรู้มากมายเกี่ยวกับเรื่องนี้ และจากความรู้นี้เองที่เธอนำไปใช้แข่งขันในรายการแฟนพันธุ์แท้และคว้าชัย ชนะมาได้ในที่สุด

 

 

          

           พิรดากล่าวว่า ใน ตอนนั้นเธอไม่เพียงแต่ประกวดแฟนพันธุ์แท้แต่เธอพยายามทุกวิถี ทางที่จะทำให้เธอได้เข้าร่วมโครงการนี้ ทั้งนี้เมื่อเธอได้เป็นแฟนพันธุ์แท้แล้วถือว่าเธอก้าวกระโดดมาในความฝันของ เธอเกือบเต็มตัวแล้ว เพราะเธอกลายเป็น 1 ใน 3 ผู้โชคดีที่มีโอกาสเข้าร่วมโครงการ ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา  แต่แม้ความสำเร็จจะใกล้เข้ามาเรื่อยๆ การที่จะทำให้ถึงเป้าหมายอันยิ่งใหญ่ ที่เรียกได้ว่าเหนือคนธรรมดาของเธอนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย แม้เธอจะฝ่าด่านคนทั้งประเทศเป็น 1 ใน 3 คนที่ได้ไปอเมริกาแล้ว เธอยังต้องไปทำบททดสอบสุดหินเพื่อที่จะได้เป็นผู้ที่มีความเหมาะสมที่สุดใน การขึ้นไปสู่ห้วงอวกาศ เธอกล่าวว่าในครั้งนั้น เธอต้องแข่งกับคนจาก 62 ประเทศจาก 107 คน และที่น่าตกใจยิ่งกว่า คือมีเพียงผู้หญิง  4 คนที่ได้เข้าร่วมในแคมป์ครั้งนั้น  งานนี้นอกจากแรงกายแล้ว แรงใจเธอต้องมาเต็มยิ่งกว่า พิรดาบอก เนื่องจากการฝึกการทดสอบร่างกายและจิตใจในแคมป์นี้ ราวกับการฝึกทหาร สำหรับผู้ชายที่ออกกำลังกายบ่อยๆคงจะไม่เป็นปัญหามากนัก แต่สำหรับคนทั่วไปโดยเฉพาะผู้หญิงตัวเล็กๆอย่างเธออาจจะไม่ใช่เรื่องง่ายนัก ที่ต้องฝึกหนักขนาดนี้ เธอกล่าวถึงการเข้าแคมป์ครั้งนี้ว่า

 

            “มีการวัดสมรรถภาพทางร่างกาย  ซึ่งมิ้งค์มองว่าเป็นการวัดทางจิตใจมากกว่า เพราะเค้าเอาคอร์สที่เป็นแบบทางทหารเลยมาฝึกกับเรา เช่น ปีนผาจำลอง กระโดดข้ามรั้ว วิดพื้น ซิทอัพ กระโดดเชือก ผู้ชายที่อยู่ทางทหารแล้วคงไม่หนักมาก แต่ถ้าผู้ชายที่ไม่ค่อยได้ฝึกนี่คือ อ้วก ยิ่งเป็นผู้หญิง อยู่ๆก็ต้องไปทำการวัดสมรรถภาพร่างกายแบบทหารอย่างหนัก แต่จริงๆมันคือการวัดจิตใจว่าเราสามารถอดทน เข้มแข็ง ต่อสู่ และผ่านสิ่งนี้ได้หรือเปล่า เพราะจริงๆมิ้งค์จะเป็นลมหลายรอบแล้ว แต่ก็คิดในใจว่าถ้าเป็นลม คะแนนจะเสียไป ก็คิดว่าจะต้องอึด และ สู้อีกนิดนึง  ไม่งั้นคะแนนที่สะสมมาจะหาย เราอุตส่าห์สู้มาตั้งนาน อีกนิดเดียว ก็ต้องสู้ให้สำเร็จ

 

 

            พิรดากล่าวว่า 3 สิ่งสำคัญที่เขาใช้เป็นเกณฑ์การตัดสินนั่นก็คือ ความกล้าหาญ ความกระตือรือร้น และทีมเวิร์ค  และท้ายที่สุดเธอก็พิสูจน์ให้นานาชาติเชื่อมั่นว่าไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ สำหรับ พิรดา เตชะวิจิตร์ ผู้หญิงไทยตัวเล็กๆยิ้มสวยๆที่มีความฝันอันยิ่งใหญ่คนนี้จริงๆ

           

          

              

               สุดท้ายพิรดาก็เดินทางถึงความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ด้วยความตั้งใจ มุ่งมั่น และความพยายาม เธอกล่าวว่าสิ่งที่ดีใจมากที่สุดอีกอย่างหนึ่งคือการได้รับรางวัลจากมือของ เอ็ดวิน  บัส อัลดริน  เชื่อว่าหลายล้านคนทั่วโลกต้องรู้จักชื่อเขาคนนี้ ผู้ที่เหยียบดวงจันทร์เป็นอันดับ 2 ของโลกต่อจาก นีล อาร์มสตรอง เธอกล่าวถึงเรื่องนี้ว่า

             “บัซ อัลดริน คือ บุคคลที่ยิ่งใหญ่มาก เขาเป็นคนสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นใหม่ การได้รับรางวัลจากเขามันเป็นอะไรที่เหมือนกับความฝันที่เราฝันมาตลอด ว่าเราอยากจะได้มันจริงๆ เป็นความฝันที่เราคิดว่ามันยากที่สุด แต่วันนึงถ้าโอกาสมาถึงแล้ว พอเราทำทุกอย่าง เราเต็มที่กับมันแล้ว เรารู้สึก แล้วเราก็ทำได้แล้วนะ ทำได้แล้วจริงๆ

 

             

               ความฝัน สิ่งที่หลายคนทำให้มันเป็นเพียงแค่ความฝัน แต่ก็มีอีกหลายคนที่ทำให้ความฝันนั้นกลายเป็นความจริง ศักยภาพของมุนษย์นั้นมีมากมายเกินกว่าจะคาดเดา พิรดายังกล่าวชวนทิ้งท้ายให้ร่วมไปพิสูจน์ความยิ่งใหญ่ที่มนุษย์สร้างให้เกิดขึ้นมาได้ที่นิทรรศการอวกาศ นาซา เอ ฮิวแมนแอดเวนเจอร์ ครั้งนี้ที่นำความยิ่งใหญ่ของจริง และสิ่งล้ำค่าทางประวัติศาสตร์เกี่ยวกับการเดินทางไปอวกาศมากมายมาจัดแสดงให้ได้เห็นกัน ไปเติมเต็มแรงบันดาลใจ  ไปดูให้เห็นว่าไม่มีสิ่งไหนจะไกลเกินเอื้อม  แม้แต่ดวงจันทร์ ขอเพียงแค่มีเป้าหมาย และลงมือทำเท่านั้น และทุกความฝันจะเป็นจริงได้เสมอ.

 

 

ร่วมพิสูจน์ความยิ่งใหญ่กับนิทรรศการอวกาศระดับโลก
1 ธันวาคม 2557 - 1 กุมภาพันธ์ 2558
ณ บางกอกคอนเวนชัน เซ็นเตอร์ ชั้น 5,
ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว